Posted on

เคล็ดลับการจัดกระเป๋าทางเดินให้จุของได้เยอะๆ

ในเรื่องของการเดินทางนั้น ไม่ว่าจะไปเที่ยวหรือไปธุระเรื่องงาน นอกจากเอกสารแล้ว สิ่งของสัมภาระต่างๆ ก็เป็นเรื่องสำคัญ ฉะนั้นจึงต้องจัดกระเป๋าเดินทางให้จุของได้มากที่สุด เพราะหากจัดแบบมีการวางแผนเอาไว้ จะทำให้มีพื้นที่ในการยัดสิ่งต่างๆ เข้าไปได้อีกหลายเท่าตัว ซึ่งเหมาะสำหรับผู้มีสิ่งของจำเป็นหลายอย่างในการเดินทาง อย่างเดินทาง 5-7 วัน อย่างน้อยๆ ก็ต้องมีเสื้อผ้าเตรียมพร้อมเอาไว้หลายๆ ชุด หากจัดกระเป๋าเดินทางแบบเรื่อยเปื่อย อาจทำให้มีพื้นที่ไม่เพียงพอต่อการวางของ วันนี้เลยมีเคล็ดลับดีๆ ในการจัดกระเป๋าเดินทางมาฝากกันด้วย

จดสิ่งของจำเป็นใส่กระดาษ

เป็นการคัดกรองก่อนเอาของลงกระเป๋า การจดสิ่งของจำเป็นนั้นจะทำให้คุณไม่ใส่ของมั่วซั่วลงไป ที่สำคัญจะได้ทราบจริงๆ ด้วยว่า อะไรที่ควรเอาไปบ้าง ซึ่งเป็นการวางแผนในขั้นแรกที่จะคัดเอาสิ่งไม่จำเป็นออก ของที่จำเป็นส่วนใหญ่แล้วจะมีเสื้อผ้า ยาประจำตัว แว่นกันแดด เครื่องสำอาง ถุงเท้า ถุงมือ และหากเป็นคนสายตาสั้นก็ควรเตรียมคอนแทคเลนส์หรือแว่นสายตาไปด้วย และอะไรที่ไม่จำเป็นก็ไม่ควรจดเข้ามาในรายการ

จัดเสื้อผ้าให้เป็นระเบียบ

เมื่อได้ลิสต์รายการสิ่งของที่จำเป็นแล้ว อันดับแรกควรจัดสิ่งของที่มีเยอะที่สุดลงในกระเป๋าเดินทางเสียก่อน นั่นคงไม่พ้นเสื้อผ้า โดยปกติแล้วการจัดเสื้อผ้าลงกระเป๋าเดินทาง มักจะใช้วิธีการม้วนแทนการพับ เพราะเป็นการประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าได้มากกว่าการพับเก็บธรรมดา ซึ่งหากเดินทางในหน้าร้อนนั้นแนะนำให้นำเสื้อผ้าที่ใส่สบาย จำพวกเสื้อยืด กางเกงขาสั้น เพราะเป็นผ้าเนื้อบางจะทำให้ม้วนใส่ไปได้หลายตัว

ใช้เครื่องสำอางอุปกรณ์อาบน้ำแบบขนาดทดลอง

นอกจากเป็นข้อกำหนดจากสายการบินที่กำหนดไม่ให้นำสิ่งของจำพวกของเหลวขึ้นเครื่องหากเกิน 1000 มล.แล้ว ยังเป็นการประหยัดพื้นที่ในกระเป๋าเดินทางด้วย เพราะเครื่องสำอางต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็น ต้องเอาไว้แต่งหน้าถ่ายภาพสวยๆ เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ ฉะนั้นให้ลองหาเครื่องสำอางแบบที่เป็นเทสเตอร์มาใช้ รวมถึงพวกอุปกรณ์อาบน้ำ อย่างครีมอาบน้ำสบู่ ยาสระผม ครีมต่างๆ ก็ควรใช้แบบพวกขวดเล็กจะทำให้เอาไปได้หลายขวดมากขึ้น

พื้นที่ในรองเท้าสามารถเก็บของได้

การจัดกระเป๋าเดินทางนั้น จะต้องใช้พื้นที่ทั้งหมดให้เป็นประโยชน์จริงๆ แม้พื้นที่วางในรองเท้าก็สามารถนำมาเก็บของได้ สิ่งของประเภทขวด อย่างยาสระผม ครีมอาบน้ำ น้ำหอม หรืออะไรที่เป็นขวดๆ นั้น สามารถนำมาเก็บในช่องนี้ได้ เพื่อเป็นการใช้สอยพื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด แต่ไม่ควรยัดถุงเท้าเอาไว้นะ เพราะว่ามีช่องพื้นที่สำหรับใส่ถุงเท้าอยู่แล้ว

Posted on

เลือกกระเป๋ายังไงให้เหมาะกับการเดินทาง

นักเดินทางมือใหม่อาจจะยังมีความกังวลใจในการเลือกกระเป๋าเดินทาง ไม่รู้จะเลือกอะไรยังไง ต้องดูส่วนไหนบ้างว่ากระเป๋าใบนั้นดีจริงหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วไม่ว่าจะมือเก่าหรือไม่ต่างก็ชอบแบบที่เป็นล้อลาก เพราะใช้สะดวก ไม่เมื่อยเหมือนแบบสะพายหลัง และยังจุของใช้ได้มากกว่าอีกด้วย วันนี้จึงอยากจะแนะนำวิธีการเลือกกระเป๋าเดินทางแบบล้อลาก ว่าควรเลือกอะไรยังไง ถึงจะคุ้มค่ามากที่สุด

เลือกล้อให้เป็น

นอกจากตัวโครงสร้างของกระเป๋าแล้ว ล้อเป็นเรื่องสำคัญที่ควรเลือกให้ดีๆ ซึ่งล้อที่ดีควรเป็นแบบยางทั้งลูกเป็นชนิดที่มีตลับลูกปืนอยู่ข้างในเพราะจะทนทานมากกว่า และตัวล้อควรเป็นแบบที่ฝังอยู่ด้านในของกระเป๋า เลือกแบบล้อ 4 ข้างเพราะลากสะดวกเลื่อนสายช่วยผ่อนแรงได้เยอะ เป็นแบบที่พับล้อเก็บได้เพื่อป้องกันล้อเสียหายจากการโหลดเข้าใต้ท้องเครื่องบิน ส่วนหากเป็นกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากที่อยากนำขึ้นเครื่องด้วย ก็ไม่ควรเกิน 20 นิ้วเพราะเป็นกฏของสายการบินที่กำหนดไว้

เลือกหูหิ้วให้เป็น

เป็นเรื่องที่หลายคนมองข้ามจริงๆ สำหรับการเลือกหูหิ้วของกระเป๋าเดินทาง คงเพราะคิดว่าเลือกแบบไหนก็เหมือนกันหมด แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่แบบนั้นเลยล่ะ หูหิ้วของกระเป๋าเดินทางที่ดีนั้น จะต้องเป็นแบบที่สามารถยืดหดได้ และจะต้องติดแนบไปกับกระเป๋า จับแล้วดูแข็งแรง ไม่โง่นเอน

รู้จักหน่วยวัดความแข็งของเนื้อผ้า

สำหรับกระเป๋าเดินทางล้อลากแบบผ้านั้น จะใช้การวัดหน่วยเป็น Denier ซึ่งเป็นการวัดขนาดของเส้นใยผ้า หากมี Denier มากเท่าไหร่ก็เนื้อผ้าก็จะแข็งแรงมากขึ้น โดยสายการบินส่วนใหญ่จะไม่รับผิดชอบต่อความเสียหายเมื่อกระเป๋าเดินทางแบบผ้ามีน้อยกว่า 600-700 denier เพราะเนื้อที่บางอาจะทำให้เกิดความเสียหายระหว่างเดินทางได้ และเมื่อใช้ไปนานๆ ตัวเนื้อผ้าก็อาจจะทะลุ ซึ่งหากใครที่ชอบใช้กระเป๋าเดินทางแบบผ้า คงต้องเลือกที่มี denier เพราะกันการทะลุเมื่อใช้ไปนานๆ

การซื้อกระเป๋าเดินทางนั้นเป็นการลงทุนระยะยาว ซึ่งเมื่อคิดจะซื้อแล้วก็ควรเลือกแบบดีๆ ไปเลย ดีกว่าซื้อถูกๆ แล้วต้องซื้อซ้ำบ่อยๆ เพราะกระเป๋าเดินทางนั้นใบนึงราคาค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ฉะนั้นเลือกให้คุ้มค่าอาจจะแพงกว่าแต่ระยะการใช้งานยาวนานกว่าก็ถือว่าคุ้ม เพราะหากเลือกราคาหลักพันแต่ต้องซื้อทุกปีก็ดูจะสิ้นเปลืองกว่าซื้อหลักหมื่นแต่ใช้ได้ถึงสี่ห้าปี ซึ่งหากบำรุงรักษาดีๆ ก็อาจจะใช้ได้ยาวนานขึ้น เรื่องขนาดนั้น ไม่ต้องกลัวว่ายิ่งใหญ่จะยิ่งหนัก เพราะกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากที่เป็นไฟเบอร์นั้น ยิ่งใหญ่ก็ยิ่งเบาแต่ก็จะแพงตามวัสดุที่ใช้ ฉะนั้นหากต้องเดินทางบ่อยและเป็นคนชอบซื้อของฝาก แนะนำให้ซื้อใบใหญ่หน่อยจะคุ้มค่ามากที่สุด

Posted on

สิ่งต้องห้ามในกระเป๋าเดินทาง เอาออกซะถ้าไม่อยากเสียของ

เดี๋ยวนี้การท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพราะกรุ๊ปทัวร์ต่างๆ นั้น มักมีโปรโมชั่นเด็ดๆ ลดราคามาล่อตาล่อใจ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นราคาที่จับต้องได้ ช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมา จึงมีนักเดินทางหน้าใหม่อยู่เสมอ และก็เหมือนทุกครั้ง ไม่ว่าจะเตรียมตัวมาดีแค่ไหน บางครั้งก็ยังถูกยึดสิ่งของก่อนขึ้นเครื่อง โดยเฉพาะกับนักเดินทางที่นานครั้งจะออกจากประเทศสักที หรือสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เข้าใจว่า มีอะไรบ้างที่นำขึ้นเครื่องได้ อะไรบ้างที่นำขึ้นเครื่องไม่ได้ หรืออะไรบ้างที่สามารถใส่ในกระเป๋าเดินทางได้ วันนี้เลยจะมาแนะนำสิ่งที่ไม่สามารถพกติดตัวหรือสามารถเอาใส่กระเป๋าที่โหลดขึ้นเครื่องได้ ครั้งต่อไปจะได้ไม่พลาด

เครื่องดื่มเครื่องสำอางเป็นสิ่งต้องห้าม

อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะเครื่องสำอางต้องห้ามนั้นส่วนใหญ่อยู่ในประเภทของเหลว อย่างเช่นพวกครีมอาบน้ำ ยาสระผมเป็นต้น แต่ก็ใช่ว่าจะเอาขึ้นเครื่องไม่ได้ ของเหลวทุกชนิดนั้น หากอยากเอาขึ้นเครื่องจะต้องมีความจุไม่เกิน 100 มล. ต่อชิ้น และมีความจุรวมกันไม่เกิน 1ลิตร และพวกของเหลวต่างๆ เช่น เจล น้ำหอม สเปรย์ โคโลจญ์ สบู่เหลว สิ่งของที่สามารถก่อให้เกิดเปลวไฟ จะไม่อนุญาตให้นำขึ้นตัวเครื่อง แต่สามารถนำใส่กระเป๋าเดินทางเพื่อโหลดขึ้นเครื่องได้

แบตเตอรี่สำรองหรือพาวเวอร์แบงค์

สิ่งของประเภทแบตสำรอง ที่ชาร์จแบตนั้นจะไม่สามารถนำติดตัวขึ้นเครื่องได้ แต่จะสามารถเอาใส่กระเป๋าและโหลดขึ้นเครื่องได้ และค่าความจุของแบตจะต้องไม่เกิน 32000 mah จำกัดจำนวนไม่เกินท่านละ 2 ชิ้น ข้อมูลยิบย่อยเหล่านี้มีความสำคัญ เพราะหากเลือกความจุเกิน อาจจะโดนรื้อค้นกระเป๋าเพื่อเอาของออก ทำให้สูญเสียทรัพย์สินโดยใช่เหตุ

อาวุธทุกชนิด สิ่งของมีคมและวัตถุไวไฟ

เพราะสิ่งของเหล่านี้อาจเอื้อประโยชน์ต่อการก่อการร้ายได้ และอาจเป็นอันตรายต่อผู้โดยสารคนอื่น ทางสายการบินจึงไม่อนุญาตให้พวกสิ่งใดๆ ที่อยู่ในเกณฑ์เหล่านี้ขึ้นเครื่องโดยเด็ดขาด จะเอาใส่กระเป๋าเดินทางโหลดขึ้นเครื่องก็ไม่ได้ พวกมีด สนับมือ ดาบ อาวุธเทียม ปืน หรือกระทั่งไฟแช็กล้วนเป็นสิ่งอันตรายทั้งนั้น ไม้บรรทัดเหล็ก คัตเตอร์ กรรไกรตัดเล็บ เข็มเย็บผ้า มีด มีดพับ มีดพก และของมีคมทุกชนิด ก็ไม่อนุญาตให้เอาขึ้นเครื่อง

อาหารที่มีกินแรง

จำพวกอาหารนั้นจะไม่สามารถนำขึ้นเครื่องได้ แต่หากเป็นอาหารแห้งหรือผลไม้บางชนิดก็สามารถนำโหลดเข้าใต้ท้องเครื่องได้ แต่ต้องผ่านการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่สนามบินก่อน เพราะอาหารบางชนิดนั้นไม่สามารถนำออกนอกประเทศได้ แต่ส่วนใหญ่แล้วจำพวกของฝากมักไม่ค่อยมีปัญหา

Posted on

วิธีเลือกกระเป๋าให้เหมาะกับทริปการเดินทาง

สิ่งของที่จำเป็นสำหรับการเดินทางคงต้องยกให้กระเป๋า เพราะหากไม่มีล่ะก็ เดินทางไปไกลๆ ไม่ได้แน่ เพราะไม่มีอะไรเอาไว้ขนสัมภาระ แต่ใช่ว่ากระเป๋าเดินทางนั้นจะเหมือนๆ กันหมด เพราะมีหลายขนาด หลายวัสดุ ขึ้นอยู่กับการใช้งาน วันนี้เลยจะมาแนะนำการเลือกกระเป๋าให้เหมาะกับทริป เพื่อจะได้ซื้อกระเป๋าที่คุ้มค่าเงินมากที่สุด

เริ่มกันจากกระเป๋าเดินทางแบบล้อลาก เป็นกระเป๋าที่สะดวกสบายแก่ผู้ใช้งานมากที่สุด เคลื่อนย้ายง่ายไม่ต้องออกแรงดึงเยอะ ตัวกระเป๋าแม้จะดูเหมือนหนักแต่ไม่หนักอย่างที่คิด แถมยังบรรจุของได้เยอะมากกว่าประเภทอื่นอีกด้วย เหมาะกับนักเดินทางที่ต้องการจะไปเที่ยวเพื่อขนของกลับมาเยอะๆ อย่างเช่นทริป 1-3 วันเน้นการช้อปปิ้งเป็นต้น แต่ข้อเสียคือไม่เหมาะกับแบคแพคเกอร์ที่เน้นเดินทางแบบสมบุกสมบัน เพราะจะต้องแบกกระเป๋าไปไหนมาไหนด้วยทุกที่ ซึ่งในบางพื้นที่อาจจะไม่เอื้อต่อการลากกระเป๋า

กระเป๋าเดินทางล้อลากที่ดีนั้นต้องมีตัวล็อคแบบระบบ TSA เพราะได้มาตรฐานตามที่สายการบินกำหนด เพราะว่าเจ้าหน้าที่ประจำสนามบินนั้นจะมีเครื่องมือปลดล็อคโดยเฉพาะ หากใช้ระบบอื่นที่ไม่อยู่ในกฏ อาจจะทำให้ปลดล็อคไม่ได้และไม่สามารถนำโหลดเข้าใต้ท้องเครื่องได้ ซึ่งกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากนั้นสามารถนำขึ้นเครื่องโดยไม่ต้องโหลดได้ แต่จะต้องมีขนาดไม่เกิน 56 x 36 x 23 เซนติเมตร โดยทั่วไปกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากจะมีด้วยกันสองแบบคือ Hard Case กับ Soft Case ซึ่งทั้งสองแบบก็มีข้อดีข้อเสียต่างกัน แบบ Sofe Case นั้น จะมีความยืดหยุ่นสูงเพราะทำจากวัสดุเนื้อผ้า ไม่เป็นรอยขีดข่วน มีน้ำหนักเบาและอายุการใช้งานนั้นยาวนานเนื่องจากไม่แตกหักหรือเสื่อมสภาพเพราะความเปราะ แต่จะไม่เหมาะกับการท่องเที่ยวในฤดูฝนหรือฤดูหนาวในประเทศที่มีหิมะตก กระเป๋าจะเปียกและสิ่งของภายในหากเสียหายได้ และเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรมเพราะเนื่องจากวัสดุภายนอกเป็นผ้าจึงกรีดขาดได้ง่าย ในส่วนของ Hard Soft นั้นจะผลิตจากไฟเบอร์หรือโพลีพลาสติก จึงมีความแข็งแรงคงทนต่อทุกสภาพอากาศ กันน้ำได้และจุสัมภาระได้เยอะ แต่ข้อเสียคือเกิดรอยขีดข่วนได้ง่ายเพราะเป็นพลาสติก

กระเป๋าเดินทางแบบลากนั้นเหมาะกับการท่องเที่ยวที่เน้นการช้อปปิ้งเป็นหลัก แนะนำให้ใช้ไซส์ใหญ่พี่เบิ้มเพราะจะจุของได้เยอะ ไหนๆ ก็จะลงทุนซื้อกระเป๋าทั้งที เลือกแบบดีๆ ใช้งานได้นานๆ และครอบคลุมความต้องการดีซื้อแบบกระมิดกระเมี้ยน ไปเที่ยวแต่ละครั้งก็ซื้อของได้จำกัดเพราะกระเป๋าไม่พอใจ นอกจากนี้การเลือกกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากที่ได้มาตรฐาน จะทำให้ใช้ได้นานไม่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ

Posted on

วิธีการดูแลกระเป๋าเดินทางให้อยู่ในสภาพเดิมไปน๊านนาน

ในปัจจุบันนั้น โปรโมชั่นการท่องเที่ยวต่างประเทศแข่งขันกันลดราคา ช่างล่อตาล่อใจจนอดอยากที่จะเดินทางไม่ได้ ซึ่งไอเทมคู่ในที่ขาดไม่ได้สำหรับการเดินทาง นั่นคือกระเป๋า แน่นอนว่าหลายท่านนิยมเลือกกระเป๋าเดินทางแบบล้อลากมาใช้ เพราะสะดวกในการเคลื่อนย้ายและยังจุของได้มากอีกด้วย ซึ่งกระเป๋าเดินทางแต่ละใบนั้นราคาไม่ใช่ถูกๆ เลย ซื้อแพงๆ ทั้งทีจะใช้แค่ปีสองปีได้อย่างไร  ดังนั้นวันนี้จึงมีวิธีดูแลรักษากระเป๋าเดินทางมาฝากกันด้วย

แต่ก่อนจะไปถึงการดูแลรักษา อยากให้คุณๆ ที่ยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกซื้อกระเป๋าเดินทางได้เอาไปพิจารณากันสักนิด การซื้อกระเป๋าเดินทางแบบราคาถูกนั้น อาจจะดีกับสภาพคล่องในกระเป๋าเงิน แต่เชื่อเถอะว่าความทนทานต่างกันเยอะ กระเป๋าเดินทางราคาถูกนั้น โดยโหลดเข้าท้องเครื่องไม่กี่ครั้งก็พังพินาศแล้ว ไม่ว่าจะเป็นแบบผ้าหรือแบบไฟเบอร์ก็ควรเลือกซื้อที่ราคาสมเหตุสมผล คุ้มค่าการใช้งาน เพราะหากซื้อกระเป๋าที่ใช้วัสดุคุณภาพดี การดูแลรักษาก็จะง่ายขึ้นด้วย

การรักษากระเป๋าเดินทางอันดับแรกเลย คือลองมองหาผ้าคลุมกระเป๋าดีๆ สักผืนมาใช้เพื่อป้องกันฝุ่นที่จะมาเกาะกระเป๋า หรือป้องกันคราบต่างๆ เวลาตั้งไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้งาน ยิ่งบ้านไหนมีสัตว์เลี้ยงควรเป็นอย่างยิ่งกับการใช้ถุงผ้าคลุมกระเป๋าเดินทาง หรือตอนเดินทางก็สามารถนำมาใช้ได้ โดยคลุมในช่วงที่ต้องนำกระเป๋าเข้าโหลดที่ท้องเครื่อง จะช่วยป้องกันรอยขีดข่วนได้ในระดับนึง เมื่อใช้งานเสร็จแล้วควรทำความสะอาดทั้งด้านในและด้านนอกของกระเป๋า จากนั้นนำไปผึ่งแดดเพื่อให้อากาศถ่ายเท ซึ่งหากท่านไหนมีกระเป๋าเดินทางมากกว่า 1 ใบ ควรจัดเก็บไว้แยกกันเพราะตัวของกระเป๋านั้นเมื่อโดนความร้อนจะดูดเข้าหากัน อาจทำให้เป็นรอยได้ และควรหาวาสลีนมาทาส่วนที่เป็นโลหะเพื่อป้องกันการเกิดสนิม ยิ่งไม่ค่อยได้นำมาใช้งานด้วยแล้ว ควรทาบ่อยๆ สักสองอาทิตย์ต่อครั้งกำลังดี

และหากเป็นคนที่ไม่ค่อยเดินทางบ่อยนัก ปีละครั้งหรือหลายๆ ปีต่อครั้ง ให้นำกระเป๋าเดินทางมาทำความสะอาด เช็ดถู ผึ่งแดด จากนั้นให้หาฟิล์มยืดมาพันให้ทั่วกระเป๋าเพื่อป้องกันฝุ่นจากอากาศ ซึ่งจะช่วยรักษาสภาพกระเป๋าให้เหมือนใหม่อยู่เสมอ รอยขีดข่วนต่างๆ ก็จะไม่มีให้เห็นอีกด้วย  ฟิล์มยืดนั่นหาไม่ยากซื้อได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป ซึ่งดีกว่าการนำไปห่อหนังสือพิมพ์ หรือหากท่านไหนมีถุงพลาสติกใสสำหรับหุ้มกระเป๋า ก็ควรนำมาหุ้มไว้ซะ เพื่อรักษาสภาพการใช้งาน ให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น

Posted on

กระเป๋าเดินทางแบบ Hard Case เหมาะกับใครบ้าง

สำหรับการเดินทางแล้วสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยกระเป๋าเดินทางดีๆ สักใบ ดังนั้นหากต้องเดินทางอยู่บ่อยครั้ง จึงควรเลือกกระเป๋าดีๆ เพื่อความคุ้มค่าสักหน่อย ซึ่งแน่นอนว่าปกติกระเป๋าเดินทางนั้นมีราคาค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ซึ่งหากอยากได้แบบที่เป็นวัสดุดีๆ ก็จะยิ่งแพงขึ้นอีกเท่าตัว แต่ทว่าสินค้าที่มีคุณภาพมักจะมีสภาพการใช้งานยาวนาน ซึ่งหากลองคำนวณดูแล้ว ยอมเสียมากในตอนแรกแต่ใช้ได้ยาวๆ ดีกว่าเสียน้อยแต่ต้องเปลี่ยนบ่อยๆ เพราะกระเป๋าเดินทางนั้น แม้จะไม่ได้ถูกนำมาใช้งานทุกวัน แต่เมื่อนำมาใช้เมื่อไหร่ก็จะค่อนข้างสมบุกสมบันพอสมควรตามสภาพการเดินทาง

ซึ่งกระเป๋าเดินทางนั้น แม้ว่าดูจากภายนอกจะมีสภาพเหมือนกัน แต่จริงๆ แล้วนั้นมีหลายสไตล์ให้เลือก ไม่ว่าจะเป็นแบบล้อลาก แบบเคสนิ่ม เคสแข็ง แบบสะพายหลังเป็นต้น แต่กระเป๋าแบบที่นักเดินทางนิยมมากที่สุด นั่นคือแบบล้อลาก เพราะอำนวยความสะดวกได้ในหลายๆ อย่าง ซึ่งกระเป๋าเดินทางแบบล้อเลื่อนจะมีสองแบบให้เลือกด้วยกันนั่นคือ Soft Case กับ Hard Case หรือที่รู้จักกันในชื่อกระเป๋าล้อลากแบบผ้ากับกระเป๋าล้อลากแบบไฟเบอร์ ซึ่งข้อดีข้อเสียของกระเป๋าประเภทไฟเบอร์นั้นเป็นอย่างไรบ้างลองมาดูกัน

กระเป๋าแบบ Hard case

เป็นกระเป๋าเดินทางที่ทำจากวัสดุไฟเบอร์แข็ง ที่มีความทนทานแข็งแรง เหมาะกับงานกระแทกหนักๆ ซึ่งรูปทรงภายนอกนั้นแข็งแรงกว่าแบบผ้า จึงเหมาะกับการเดินทางไกลๆ อย่างเช่นนำไปต่างประเทศ เพราะช่วยในเรื่องของการกันกระแทก และความเป็นระเบียบในกระเป๋าได้ดีกว่า อย่างเช่นหากบรรจุน้ำหอมหรืออุปกรณ์การอาบน้ำ ก็จะช่วยให้ไม่หกเลอะเทอะเพราะไม่โดนเบียดจากสิ่งแวดล้อมภายนอก ซึ่งไม่ต้องกังวลว่าสิ่งของภายในจะเสียหาย แต่ทั้งนี้ก็ต้องเลือกวัสดุที่ใช้ทำกระเป๋าด้วย เพราะไฟเบอร์มีหลายแบบ แบบที่เปราะบางก็มีเช่นกัน ซึ่งหากเลือกซื้อแบบถูกๆ ก็จะได้ไฟเบอร์ที่ค่อนข้างบางทำให้อาจจะแตกหรือเสียหายได้ง่าย

ซึ่งกระเป๋าเดินทางแบบ Hard case จึงเหมาะกับการใส่สัมภาระไปติดต่อธุระเรื่องงาน เน้นในเรื่องภาพลักษณ์ เพราะเสื้อผ้าที่ใส่ในกระเป๋าเดินทางประเภทนี้จะค่อนข้างเป็นระเบียบ ไม่ค่อยยับยู่ยี่ นอกจากนี้ยังทำให้ผู้ใช้ดูดีจากวัสดุของกระเป๋า เพราะกระเป๋าแบบ Hard case นั้นมีความหรูหราอยู่ในตัวเอง และสำหรับนักเดินทางสายแฟชั่นก็เหมาะกับกระเป๋าสไตล์นี้เช่นกัน เพราะสามารถจุของได้เยอะ โดยที่สิ่งของไม่ไหลมากองรวมกัน ไม่ว่าจะบรรทุกประเภทครีมหรือน้ำ ก็ไม่หกไม่ถูกย้ายที่ และไม่เสียหายจากการกระแทกจนแตก เพราะว่ากระเป๋าแบบ Hard case นั้นทนต่อแรงกระแทกมากเลยทีเดียว

Posted on

เลือกกระเป๋าเดินทางแบบฉบับสาวชอบบินเดี่ยว

คงไม่มีอะไรเหมาะกับสาวๆ ไปมากกว่ากระเป๋าเดินทางล้อลากแล้วแหละ เพราะนอกจากจะขนสัมภาระได้เยอะแล้ว ยังสร้างความสวยงามอีกด้วย กระเป๋าเดินทางแบบล้อลากนั้น ทำให้การเดินทางเป็นเรื่องงานขึ้นจริงๆ เพราะขนย้ายสะดวกเพียงแค่ลากเบาๆ กระเป๋าก็ตามมาอย่างง่ายดาย ไม่ต้องออกแรงให้เหนื่อย หรือแบกเป้หนักๆ ให้เสี่ยงต่อการปวดหลัง ซึ่งกระเป๋าเดินทางนั้นก็มีหลายแบบหลายสไตล์และหลายขนาดให้เลือกอีกด้วย บางรุ่นนั้นสามารถหิ้วขึ้นเครื่องได้เลยไม่ต้องโหลดใต้ท้อง  ดังนั้นลองมาดูดีกว่า ว่าขนาดของกระเป๋าเดินทางนั้นมีแบบไหน ยังไงและมีกี่ประเภท

กระเป๋าเดินทางแบบ Soft Case

ดูจากชื่อน่าจะเป็นอะไรเบาๆ ที่ลากง่าย แต่จริงๆ แล้ว Soft Case นั้นคือกระเป๋าเดินทางที่ทำจากผ้านั่นเอง ตัวกระเป๋าจึงมีความหนัก และไม่สามารถยัดสิ่งของลงไปได้เยอะ เพราะหากยัดมากไปกระเป๋าก็จะปูดออกมา เสี่ยงต่อการปริแตกนั่นเอง แต่ข้อดีคือทำความสะอาดง่าย นำผ้าชุบน้ำอุ่นมาเช็ดคราบฝุ่นก็ดูเหมือนใหม่อยู่ตอลดเวลาแต่ต้องหมั่นนำไปตากแดดบ่อยๆ เพื่อป้องกันเชื้อรา แต่ข้อเสียคือหากใช้ไปนานๆ ผ้าอาจจะมีการเสื่อมสภาพทำให้ขาดทะลุได้ง่าย

กระเป๋าเดินทางแบบ Hard Case

Posted on

จัดกระเป๋าเดินทางอย่างไรให้จุอย่างคุ้มค่า

เชื่อว่านักเดินทางหลายคนคงเคยประสบปัญหาการจัดกระเป๋าเดินทาง เพราะอยากเอาไปซะทุกอย่างแต่พื้นที่ในกระเป๋าไม่เอื้ออำนวย จะเดินทางทั้งที เห็นอะไรก็สำคัญไปเสียหมดเลยคิดไม่ตกแยกไม่ออกว่าอะไรสำคัญจริงๆ ซึ่งวันนี้ก็มีเทคนิคการจัดกระเป๋าเดินทางสำหรับนักแบกตัวยงมาฝากกันด้วย เชื่อว่าต้องมีประโยชน์กับนักเดินทางแน่นอน

การจัดเก็บเสื้อผ้าด้วยการม้วน

เรื่องของเสื้อผ้านั้น จัดยังไงก็ไม่ลงตัวเสียที เพราะตัวนั้นก็อยากเอาไป ตัวนี้ก็อยากเอาไว้ถ่ายรูปเก๋ๆ ดังนั้นจึงเป็นไอเทมที่ใช้พื้นที่เปลืองมากที่สุด ซึ่งหากเลือกไม่ได้ว่าอยากเอาตัวไหนไปบ้าง ก็ลองมาเปลี่ยนวิธีในการจัดเก็บเสื้อผ้า จากการพับธรรมดา ลองเปลี่ยนมาเป็นการม้วนดูสิ นอกจากเสื้อผ้าจะไม่ยับแล้ว ยังทำให้จุได้เยอะขึ้นอีกด้วย เอาออกมาใส่ก็เพียงสะบัดๆ เท่านั้น ก็เหมือนแขวนอยู่ในตู้ ไม่ต้องหาเตารีดมารีดให้วุ่นวาย และที่สำคัญการม้วนเสื้อจะทำให้กระเป๋าไม่นูนตรงกลาง ทำให้ปิดได้สะดวก โดยเฉพาะหากใครที่ใช้กระเป๋าเดินทางแบบ Hard Case ละก็ จะยิ่งสามารถจุเสื้อผ้าได้มากขึ้นกว่าเดิมอีกหลายเท่า

นำพื้นที่เก็บรองเท้ามาประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์

ส่วนใหญ่แล้วนักเดินทางมักจะใช้ช่องนี้ไม่คุ้มประโยชน์มากนั้น เพราะแค่เอาไว้ใส่รองเท้าเฉยๆ ดังนั้นจึงยังมีพื้นที่เหลือเยอะ ซึ่งนักเดินทางสามารถนำไอเทมอื่นๆ มาใส่ไว้ในช่องนี้ได้ อย่างเช่นถุงเท้า ถุงน่องและถุงมือเป็นต้น เป็นการเซฟพื้นที่ส่วนกลางเอาไว้เก็บอย่างอื่นได้อีกด้วย เคล็ดลับแนะนำอีกอย่างคือ ไม่ควรนำรองเท้าไปหลายๆ คู่ เน้นแค่รองเท้าผ้าใบแค่คู่เดียว หรือไม่ก็เป็นบูท กับรองเท้าแตะที่เอาไว้ใส่เดินไปซื้อของในละแวกใกล้เคียงกับที่พักก็เพียงพอแล้ว การนำรองเท้าไปหลายคู่นอกจากจะสิ้นเปลืองพื้นที่แล้ว ยังเป็นการเพิ่มน้ำหนักอย่างเปล่าประโยชน์อีกด้วย

เลือกกระเป๋าให้เหมาะสมกับวันเดินทาง

ยุคนี้เป็นยุคประหยัดอะไรนำมาใช้ได้ก็ต้องใช้ให้คุ้มค่า แต่ว่ากระเป๋าเดินทางนั้นไม่สามารขยายได้เหมือนบอลลูน ฉะนั้นแม้จะประหยัดแค่ไหนแต่ก็ต้องหากระเป๋าที่เหมาะสมกับวันเดินทางด้วย เช่นเดินทาง 1 อาทิตย์ ก็ไม่ควรเขียมยัดสารพัดสิ่งในกระเป๋าขนาด 18-20 นิ้ว เพราะกระเป๋าไซส์นั้นเหมาะกับวันเดินทางแค่ 1-3 วัน แต่หากวันเดินทางน้อยแต่อยากให้กระเป๋าที่มีความจุมาก อันนี้สามารถทำได้เพราะเอาไว้เผื่อซื้อบรรดาของฝากจากคนรอบข้าง แต่หากเดินทางหลายวันแต่ใช้กระเป๋าเดินทางใบเล็ก ก็ไม่ค่อยเหมาะ เพราะอาจเกิดเหตุการณ์กระเป๋าฉีกขาดระหว่างเดินทางได้

Posted on

การดูแลรักษากระเป๋าเดินทาง

การดูแลรักษากระเป๋าเดินทาง

กระเป๋าเดินทางนั้นเป็นของที่ไม่ค่อยถูกนำมาใช้ นอกเสียจากจะเดินทางจึงหยิบมาใช้สักที ดังนั้นหลายคนจึงปล่อยตั้งทิ้งไว้เฉยๆ หรือไม่ก็โยนขึ้นบนตู้แบบถูกลืม ซึ่งพอจะนำมาใช้กระเป๋าก็เสื่อมสภาพซะแล้ว บางคนเดินทางบ่อยก็ดีไป เพราะคงหมั่นทำความสะอาดอยู่แล้ว แต่กับบางคนที่นานๆ จะเดินทางสักที อาจจะไม่เคยทำความสะอาดเลย กระเป๋าเลยเสื่อมไว โดยเฉพาะกับคนที่ใช้กระเป๋าเดินทางแบบผ้า จะเอาออกมาใช้อีกทีปรากฏว่าเป็นรอยกัดแทะจะเหล่าแมลงสาบที่มากวนใจในตู้เสื้อผ้าเป็นต้น ดังนั้นอย่าปล่อยให้ของเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ ลองมาดูวิธีการรักษากระเป๋าเดินทางดีกว่า ว่าทำอย่างไรถึงจะดูดีอยู่เสมอ และสามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน

วิธีทำความสะอาดคราบสกปรกบนกระเป๋าเดินทาง

แก้ไขได้ด้วยการใช้สเตคลีน ซึ่งหาซื้อได้ตามห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และร้านขายอุปกรณ์ทำความสะอาดเครื่องหนัง หาไม่ยาก วิธีใช้คือนำสเตคลีนมาป้ายบริเวณที่มีคราบเกาะติด จากนั้นก็ใช้ผ้าเช็คออก ไม่ว่าจะสีหรือรอยเปื้อนต่างๆ ก็สามารถเอาออกได้ อีกทั้งพวกฝุ่นไรที่เกาะติดก็จะหลุดออกอย่างง่ายดาย รวมไปถึงสิ่งสกปรกที่อยู่ตามล้อด้วย สเตคลีนนั้นทำจากธรรมชาติจึงไม่ทำงานผิวหนังผู้ใช้ และไม่ทำงานเนื้อผ้าหรือไฟเบอร์ของกระเป๋าเดินทาง

วิธีทำความสะอาดรอยขีดข่วนบนกระเป๋าเดินทาง

จำพวกรอยขีดข่วนต่างๆ นั้นสามารถใช้น้ำยาสำหรับรถยนต์ได้ โดยมีหลายราคาให้เลือกตามสรรพคุณการลบ มีตั้งแต่หลักร้อยต้นๆ ไปจนถึงหลักพัน ซึ่งจะใช้ได้กับกระเป๋าเดินทางไฟเบอร์ประเภทที่เป็นวัสดุผิวเงา ซึ่งหากไม่อยากให้กระเป๋ามีรอยขีดข่วนควรใช้กระเป๋าเดินทางแบบผิวด้าน อาจจะไม่สวยเท่าแบบ Hard Case แต่ทำความสะอาดง่ายกว่า

นอกจากการทำความสะอาดกระเป๋าแล้ว วันนี้ยังมีเทคนิคในการรักษาทรงกระเป๋าเดินทางมาฝากกันด้วย เคล็บลับไม่ยากเลย สำหรับกระเป๋าเดินทางประเภทผ้า ที่เมื่อนานไม่จะไม่ค่อยอยู่ทรง สามารถแก้ได้ด้วยการยัดสิ่งของเข้าไปให้เต็มใบ อาจจะใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ยังให้เต็มพื้นที่ก็ได้ เพื่อเป็นการรักษาทรงกระเป๋าไม่ให้ย้วย  อีกทั้งกระดาษหนังสือพิมพ์เป็นของเหลือใช้ที่หาง่ายราคาถูก และหากอยากให้กระเป๋าเดินทางยังคงสภาพดีเสมอ ก็ควรหมั่นนำมาทำความสะอาดพื้นฐานอย่างเช่น การเช็ดฝุ่น หรือเช็คสภาพกระเป๋าทุกอาทิตย์ หากเป็นกระเป๋าเดินทางประเภท Hard Case นั้น เมื่อใช้นานไป ไฟเบอร์อาจจะเปราะ ทำให้แตกหักได้ง่าย ดังนั้นการเก็บรักษาจึงเป็นเรื่องสำคัญ อย่าวางไว้ในที่สุ่มเสี่ยงต่อการแตกหักของไฟเบอร์ ก็จะช่วยได้ในระดับนึง

Posted on

ขนาดของกระเป๋าเดินทางนั้น สำคัญไฉน

สำหรับนักเดินทางมือใหม่อาจจะยังไม่ทราบว่าขนาดของกระเป๋านั้นสำคัญมากแค่ไหน อาจเพราะเพิ่งเริ่มเดินทางได้ไม่นานจึงไม่รู้ว่าควรเลือกกระเป๋าเดินทางขนาดไหนมาใช้ดี จะซื้อทุกขนาดเลยก็ดูจะสิ้นเปลืองเกินใช้เหตุ เพราะจริงๆ กระเป๋าเดินทางนั้นมีแค่ใบสองใบก็เพียงพอแล้ว สำหรับเอาไว้ท่องเที่ยวต่างประเทศปีละครั้งสองครั้ง ซึ่งวันนี้ก็มีคำแนะนำดีๆ มาฝากในการเลือกขนาดของกระเป๋าเดินทางด้วย

กระเป๋าเดินทางขนาด 18- 20 นิ้ว

เป็นกระเป๋าเดินทางขนาดมาตรฐานที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวต่างประเทศ 1-3 วัน ไม่เกินนี้ เพราะสามารถจุสิ่งของได้พอดีกับแค่ 3 วันเท่านั้น สำหรับการเดินทางในฤดูร้อนหรือฤดูฝนนั้น อาจจะใช้กระเป๋าเดินทางขนาดนี้ได้ แต่หากไปท่องเที่ยวในฤดูหนาว แม้จะไปแค่ 3 วันก็ควรเป็นกระเป๋าเดินทางเป็นไซส์ที่ใหญ่ขึ้น เพราะขนาดของเสื้อโค้ทอาจทำให้พื้นที่จุได้น้อยทำให้ไม่เพียงพอต่อการอยู่ถึง 3 วัน

กระเป๋าเดินทางขนาด 24-26 นิ้ว

เป็นกระเป๋าเดินทางที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวต่างประเทศ 3-6 วัน เพราะสามารถจุของได้เยอะกว่า และควรเลือกเป็นแบบ Hard Case เพื่อป้องกันการเสียหายจากภายใน เพราะหากใช้กระเป๋าเดินทางแบบผ้าใบใหญ่ๆ จะควบคุมการเดินทางได้ยาก เพราะตัวกระเป๋าเป็นผ้าจึงไม่ทนต่อแรงกระแทก ทำให้เมื่อกระทบอะไรนิดอะไรหน่อย สิ่งของที่อยู่ภายในอาจจะเสียหายได้ อย่างเช่นหากบรรจุสิ่งที่มีขวดไปด้วย ก็อาจจะแตกระหว่างการเดินทางได้ อีกทั้งกระเป๋าแบบ Hard Case นั้นดูดีกว่าแบบกระเป๋าผ้าด้วย

กระเป๋าเดินทางขนาด 28 นิ้ว

เป็นกระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่ที่สุด เหมาะสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศสำหรับ 1 อาทิตย์ และเหมาะกับการใช้ท่องเที่ยวในฤดูหนาวที่ต้องบรรจุเสื้อผ้าหนาๆ และกระเป๋าเดินทางขนาด 28 นิ้วนั้น เหมาะสำหรับคนที่นิยมซื้อของฝาก หรือซื้อของกลับมาครั้งละมากๆ เพราะพื้นที่บรรจุมีเยอะ จึงจุได้หลายอย่าง แต่น้ำหนักก็จะหนักตามไปด้วย ซึ่งกระเป๋าเดินทางขนาด 28 นิ้วนั้น อาจจะหนักเกิน 20 กิโลกรัม เวลาเข้าด่านจึงอาจจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่ม ดังนั้นนักท่องเที่ยวที่ไปแค่ไม่กี่วัน จึงนิยมใช้กระเป๋าเดินทางแบบไม่เกิน 26 นิ้ว เพราะข้อจำกัดในเรื่องน้ำหนัก ทั้งนี้สำหรับมือใหม่ที่มีแพลนจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศครั้งแรก ก็ไม่ต้องกังวลไปให้ใส่สิ่งของจำเป็นหรือของชิ้นใหญ่ๆ ไว้ในกระเป๋าเดินทาง ส่วนของเล็กๆ ไม่กี่ชิ้นนั้น สามารถนำติดตัวใส่กระเป๋าพกพาได้ ซึ่งส่วนใหญ่สายการบินจะอนุญาตให้นำกระเป๋าพกพาติดตัวขึ้นไปแต่ก็มีข้อจำกัดข้อห้ามเช่นกัน ว่าไม่อนุญาตให้นำสิ่งไหนขึ้นบ้าง โดยภายในเว็บไซต์ของสายการบินจะมีข้อกำหนดบอกอยู่